11 ส.ค. 2553

เพราะโลกนี้มีเรื่องราวที่น่าค้นหา


หนึ่งในความใฝ่ฝันสำหรับนักเดินป่านักสำรวจแล้วม่อนจองภูชี้ฟ้าเขาหลวง ภูกระดึง
โมโกจูและอีกหลายๆสถานที่ที่ยังมีผู้คนอีกมากมายหลายๆคนต้องการเข้าไปสัมผัสหาก
ยังมีสถานที่ที่ผมได้เข้าไปสัมผัสครั้งแล้วครั้งเล่าและยังไม่สามารถค้นหาให้จบลง
ได้สักครั้งเดียวและยังมีความปรารถนาที่จะสัมผัสและค้นหาจากการได้เดินป่าและ
พูดคุยประสบการณ์กับนักสำรวจเดินป่าบ่อยครั้งที่ผมพูดว่า “ทำไมคนเดินป่าล
เที่ยวป่าจึงไม่สนใจป่าแถบนี้บ้าง”ในการเดินป่าในหลายๆพื้นที่ ในความคิดของผมแล้วพื้นป่าตะวันตกตั้งแต่นครสวรรค์กำแพงเพชร
ตากยังเป็นพื้นที่ที่ยังน่าค้นหาและเข้าไปสัมผัสในบางพื้นที่ยังไม่มีการสำรวจอย่างจริงจังโดยเฉพาะพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ
ของอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าจนจบพื้นในอำเภอแม่สอดจังหวัดตากดินแดนแห่งนี้ยังเป็นสิ่งเล้นลับสำหรับผู้ที่ยากเข้าไปสัมผัส
ขุนเขาน้ำตกอีกหลายๆแห่งยังหลงสำรวจโดยแฉพาะเส้นทางตั้งแต่น้ำตกคลองโปร่งคลองน้ำแดงถึงยอดเขาเย็นจนเข้าเขต
จังหวัดตากยังเป็นสิ่งที่น่าเข้าไปสัมผัสเป็นอันมากในส่วนของผู้นำทางแล้วแถบจะหาบุคคลที่รู้เส้นทางที่ชำนาญได้ยากยิ่งนักจะ
มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ที่อยู่ที่หน่วยโล๊ะโค๊ะ เพียงคนเดียวกระเหรียงปากากะยอชื่อดิจิที่พอจะนำพาพวกเราเข้าพื้นที่ได้
เพราะส่วนนั้นเป็นขุนเขาสลับซับซ้อนถึงจะไม่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากมายนักแต่เป็นพื้นป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไผ่
นับร้อยๆสายพันธุ์พรรณไม้ต่างๆกล้วยไม้ป่าจำนวนมากสัตว์ป่าคงมีอีกสักครั้งหรือหลายๆครั้งที่จะเข้าสำรวจ เรียบว่าเป็นทาซาร์
อยู่ในป่านั้นเลย

30 ก.ค. 2553

เงินนั้นไม่สำคัญเสมอไป

เงินนั้นไม่สำคัญเสมอไป แต่จำเป็นต้องใช้ มาดูสิว่าเงินซื้ออะไรได้บ้างและซื้ออะไรได้
เงิน ซื้อเตียงนอนได้ แต่ซื้อการหลับเป็นสุขไม่ได้
เงิน ซื้อกระดาษปากกาได้ แต่ซื้อความเป็นกวีไม่ได้
เงิน ซื้ออาหารดีๆ ได้ แต่ซื้อความอยากรับประทานไม่ได้
เงิน ซื้อความประจบสอพลอได้ แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้
เงิน ซื้อการตามใจได้ แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้
เงิน ซื้อเพชรนิลจินดาได้ แต่ซื้อความงามไม่ได้
เงิน ซื้อความสนุกชั่วคราวได้ แต่ซื้อความสุขไม่ได้
เงิน ซื้อเพื่อนร่วมเดินทางได้ แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้
เงิน ซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้ แต่ซื้อปัญญาไม่ได้
เงิน ซื้อคนได้ในบางคน แต่ซื้อความเป็นคนไม่ได้
เงิน ซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ แต่ซื้อชีวิตไม่ได้ เพลงวิญญานไม่ขาย

ชีวิตคนเรามีแค่นี้หรือ







เช้าวันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่กลับลูกชาย
ช่วงเช้าเอ๋ยถามลูกว่าวันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือ ลูกเอยขึ้นมาว่า
“ชีวิตคนเรามีแค่นี้หรือ เรียนหนังสือ แล้วทำงาน แล้วก็ตาย?”
เจอคำถามหรือคำบ่นก็ไม่รู้ แบบนี้ทำเอาผมอึ้งไปเลย
นั่งทำใจอยู่พักใหญ่ว่าจะตอบลูกว่าอย่างไรดี จึงตอบไปว่า
คนที่มีชีวิตยังต้องมีการ
พัฒนาและได้รับโอกาสในการพัฒนาไม่ว่าเราจะเรียนหนังสือหรือทำงาน
เราสามารถพัฒนาได้ทั้งนั้น เป็นการพัฒนาให้เกิด “สติ”
ให้เกิด “ปัญญา” เพื่อที่ว่าเราจะได้ “หลุดออก” วัฎจักรกงกรรมกงเวียน
เฉกเช่นเดี่ยวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โชคดีลูกที่เราได้เกิดมา “เป็นคน”
เราจึงมีโอกาสที่จะได้พัฒนาตนไปสู่สิ่งที่ สูงกว่า เอนี่เรากำลังพูดอยู่
ลูกที่เป็นวัยรุ่นแล้วจึงถามกลับไปว่าทำไมจึงถามเรื่องลูกตอบว่า
ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมคนเราต้องใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิต
อยู่กับตำรับตำราและการเรียนการสอน แต่ก็ลองคิดเอาดูน๊ะ
ครับเราใช้เวลากับชีวิตอย่างไร
อายุ 1-3.5 ปี อยู่กลับพ่อแม่ที่บ้าน
3.5-23-24 ปี อยู่กลับการเรียน โรงเรียน
25-60 อยู่กับการทำงาน – เรียนเพิ่ม
60 ปีขึ้นไป เที่ยวถ้าไปไหว
ป่วยไปโรงพยาบาลหาหมอ
แล้วเราให้อะไรกับชีวิตของเรามากไปกว่านี้อีก
หรือต้องใฝ่หาสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตอีกใฝ่คว้าสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมหรือทำให้เหมือนคนอื่นที่เขาสามารถทำได้
เช่นนั้นมันช่างเป็นคนที่น่าสงสารยิ่งนัก


(ฟ้าเป็นของนก ดินเป็นของทุกคน แผ่นดินมีพรมแดน
ชีวิตมีเผ่าพันธ์ อยู่ร่วมกันเถอะหนา มนุษย์ตาดำ)

กล้วย ไม่กล้วยอย่างที่คิด



กล้วย ผลไม้พื้นบ้านที่รับประทานง่าย แต่คุณค่าทางอาหารที่ได้มีไม่ได้น้อยเลยล่ะครับ อีกทั้งสามารถนำมาทำอาหารได้เกือบทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นลูกดอกหยวกกินได้หมดและ
คนไทยเราก็ขึ้นชื่อว่าสามารถพลิกแพลงนำเอากล้วยมาประกอบอาหารได้หลากเมนู
ทั้งคาวและหวานแถมยังมีให้เลือกทานกันหลายพันธุ์ทั้งกล้วยน้ำว้ากล้วยหอมกล้วยไข่เป็นต้น
กล้วยอุดมด้วยน้ำตาลธรรมชาติ3ชนิดคือซูโครสฟรุคโทสและกลูโคสรวมกับเส้นใยและกากอาหาร กล้วยจะช่วยเสริมเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันทีทันใด จากงานวิจัยพบว่ากินกล้วยแค่ 2 ผลก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอ กับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที
ประโยชน์ของกล้วยไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มพลังงานเท่านั้น ยังช่วยเอาชนะ และป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรคเลยค่ะ ส่วนจะช่วยป้องกันโรคใดได้บ้างนั้น เราไปหาข้อมูลมาให้แล้ว ดังนี้ค่ะ
1. โรคโลหิตจาง ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง หรือภาวะโลหิตจาง
2. โรคความดันโลหิตสูง มีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่จะช่วยความดันโลหิตมาก อย.ของอเมริกา ยินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วยสามารถโฆษณาได้ว่า กล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายอันเกิดจากเรื่องความดันโลหิต หรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก
3. กำลังสมอง นักเรียน 200 คน ที่โรงเรียน Twickenham ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปีนี้ ด้วยการรับประทานกล้วย ในมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าปริมาณโปรแตสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วยสามารถให้นักเรียนมีการตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น
4. โรคท้องผูก ปริมาณเส้นใย และกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วย ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ปัญหาโรคท้องผูก โดยไม่ต้องกินยาถ่ายเลย
5. โรคความซึมเศร้า จากการสำรวจ ในจำนวนผู้ที่มีความทุกข์ เกิดจากความซึมเศร้าหลายคนจะมี ความรู้สึกที่ดีขึ้นมากหลังการกินกล้วย เพราะมีโปรตีนชนิดที่เรียกว่า Try Potophan เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะถูกเปลี่ยนป็น erotonin เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวผ่อนคลายปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นนั่นเอง
6. อาการเมาค้าง วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา
7. อาการเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียดท้อง ลองกินกล้วยสักผล คุณจะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้
8. ความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า การกินกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร จะรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า
9. ยุงกัด ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัด ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด มีหลายคนพบอย่างมหัศจรรย์ว่า เปลือกกล้วยสามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้
10.ระบบระสาท วิธีควบคุมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด ด้วยการกินอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบโฮเดรตสูงอย่างทุก 2 ชั่วโมง เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา การกินกล้วยที่มีวิตามินบี 6 ซึ่งประกอบด้วยสารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้
11. โรคลำไส้เป็นแผล กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุม เพื่อต้านทานการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะเนื้อของกล้วยมีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคือง และยังไปเคลือบผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย
12. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ในวัฒนธรรมของหลายแห่ง เห็นว่ากล้วย คือ ผลไม้ที่สามารถทำให้อุณหภูมิเย็นลงได้ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ที่ชอบคาดหวัง ตัวอย่างในประเทศไทย จะให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าทารกที่เกิดมาจะมีอุณหภูมิเย็น
13. ความสับสนของอารมณ์เป็นครั้งคราว กล้วยสามารถช่วยในเรื่องของอารมณ์และความสับสนได้ เพราะในกล้วยมีสารตามธรรมชาติ Try Potophan ทำให้อารมณ์ดี
14. การสูบบุรี่ กล้วยสามารถช่วยคนที่กำลังพยายามเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากในกล้วยมีปริมาณของวิตามินซี เอ บี6 และบี 12 ที่สูงมาก และยังมีโปรแตสเซียมกับแมกนีเซียม ที่ช่วยทำให้ร่างกายฟื้นคืนตัวได้เร็วอันเป็นผล จากการลดเลิกนิโคตินนั่นเอง
15. ความเครียด โปรแตสเซียมเป็นสารอาหารสำคัญ ที่ช่วยให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ การส่งออกซิเจน ไปยังสมอง และปรับระดับน้ำในร่างกาย เวลาเกิดอารมณ์เครียด อัตรา metabolic ในร่างกายของเราจะขึ้นสูง และทำให้ระดับโปรแตสเซียมในร่างกายของเราลดลง แต่โปรแตสเซียมที่มีอยู่สูงมากในกล้วยจะช่วยให้เกิด ความสมดุล
16. เส้นเลือดฝอยแตก จากการวิจัยที่ลงในวารสาร "The New England Journal of Medicine" การกินกล้วยเป็นประจำสามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40%
17. โรคหูด การรักษาหูดด้วยวิธีทางเลือกแบบธรรมชาติ โดยการใช้เปลือกของกล้วยวางปิดลงไปบนหูด แล้วใช้แผ่นปิดแผลหรือเทปติดไว้ให้ด้านสีเหลืองของเปลือกกล้วยออกด้านนอก ก็จะสามารถรักษาโรคหูดให้หายได้
เห็นไหมคะว่า กล้วยนั้นเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์จริงๆ นอกจากจะกินง่ายและอร่อยแล้ว ยังช่วยรักษาโรคต่างๆ อย่างธรรมชาติได้มากมาย ดังนั้นควรจะรับประทานกล้วยกันทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ผล เพียงเท่านี้การเป็นคนมีสุขภาพดีก็กลายเป็นเรื่องกล้วยๆแล้วละครับพี่น้อง ฟังเพลงค้างคาวกินกล้วย
วารสารอโศก, บีเคเคเมนูดอทคอม

28 ก.ค. 2553

อนุรักษ์มีจริงหรือเป็นภาพลวงตา


คำถามหนึ่งที่มีต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหลายๆ โครงการคือการอนุรักษ์นั้นมีผลดีจริงต่อการฟื้นฟูธรรมชาติหรือไม่ และงานวิจัยพื้นที่อนุรักษ์มีผลจริงหรือเป็นเพียงภาพลวงตา เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ จากงานวิจัยพื้นที่อนุรักษ์ของหมู่เกาะบาฮามาสยืนยันว่าการอนุรักษ์มีผลจริง
การศึกษาเริ่มจากพื้นที่แนวปะการังที่เสียหายจากเฮอร์ริเคนเมื่อสองปีที่แล้ว โดยพื้นที่ทั้งหมดที่ศึกษามีการครอบคลุมของปะการังประมาณ 7% เท่าๆ กัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองปี พื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลที่มีการห้ามทำการประมง มีแนวปะการังเพิ่มขึ้นถึง 19% ขณะที่พื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน นี่เป็นครั้งแรกของการยืนยันในเชิงสถิติว่าการลดการรบกวนของมนุษย์มีผลต่อปะการังจริง ปะการังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ บริเวณชายฝั่งทะเล เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์จำนวนมาก อีกทั้งเป็นแหล่งอาหารเพื่อการเจริญเติบโต เป็นแหล่งเพาะพันธุ์วางไข่และหลบภัย ปะการังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล การประมง และมีส่วนช่วยรักษาสภาพสมดุลธรรมชาติของชายฝั่ง ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นที่กระทบต่อชายฝั่งความสวยงามของแนวปะการังช่วยใน ด้านพักผ่อนหย่อนใจและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดี สำหรับประเทศไทยก็มีกลุ่มอนุรักษ์ปะการังอยู่หลายหน่วยงานทั้งของภาครัฐ และกลุ่มที่รวมตัวด้านสิ่งแวดล้อม มีโครงการต่าง ๆ เช่นโครงการเยาวชนอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเลในหลาย ๆ รุ่น บางครั้งดูเหมือนอาจจะเป็นเรื่องที่เลื่อนรางในทางรูปธรรม แต่หากมีมีสิ่งนี้แล้ว การอนุรักษ์ย่อมไม่เกิดผล มาฟังรั้วทะเลคลิ๊ก

จ่าง แซ่ตั้ง กวีรูปธรรม


จ่าง แซ่ตั้ง (1 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 - 26 สิงหาคม พ.ศ. 2533) เป็นศิลปิน นักเขียนบทกวี และจิตรกร เขามีเชื้อสายจีน โดยบิดาอพยพมาจากประเทศจีน ส่วนมารดาเป็นคนจีนเกิดในประเทศไทย จ่างเกิดที่ตลาดสมเด็จ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี เข้าเรียนหนังสือระดับชั้นมูลที่โรงเรียนเทศบาลสอง วัดพิชัยญาติ แต่เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง จึงไม่ได้เรียนหนังสือที่ไหนอีก

จ่าง แซ่ตั้ง ชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก และได้ฝึกฝนฝีมือการวาดภาพด้วยตัวเอง ในปี พ.ศ. 2505 เริ่มเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังสีน้ำมันขนาดใหญ่ โดยใช้นิ้วมือแทนพู่กัน เป็นภาพเจ้าแม่โพธิสัตว์ ที่มูลนิธิโรงพยาบาลเทียน โดยเขาเริ่มเขียนเรื่องสั้นในปี พ.ศ. 2506 เรื่อง “เวลาอันยาวนาน” พิมพ์ในหนังสือรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อมาในปี พ.ศ. 2509 เริ่มเขียนบทกวี ที่มีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกว่า "กวีรูปธรรม" (concrete poetry) ซึ่งมีที่มาจากการเป็นจิตรกรวาดภาพมาแต่เดิม ลักษณะเฉพาะของบทกวีของจ่าง คือ ไม่ใช้ไม้ยมกแทนคำซ้ำ แต่ กลับเขียนคำซ้ำๆ กัน และมีลักษณะคล้ายการเขียนรูป ซึ่งเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่มีใครทำมาก่อน ทั้งนี้ จ่าง แซ่ตั้ง ถือว่าเป็นคนแรกในประเทศไทย ที่ได้สร้างงานศิลปะประเภทนามธรรม (Abstract) และมีอิทธิพลต่อวงการศิลปะไทยเป็นอันมาก

ในปี พ.ศ. 2510 มีการแปลผลงานกวีของจ่าง แซ่ตั้งเป็นภาษาอังกฤษ และได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมกวรโลกที่กรุงแคนเบอรา ออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. 2514 ต่อมานิตยสาร “ลุคอิส” ได้มาทำสารคดีเกี่ยวกับชีวิต การทำงานและความเป็นอยู่ ของจ่าง รวมทั้งนำภาพสีพิมพ์เป็นปกเพื่อจำหน่ายขายทั่วโลก

จ่าง แซ่ตั้ง สมรสกับนางเซี้ยะ แซ่ตั้ง มีบุตร 7 คน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2533 อายุ 56 ปี
เพลงจ่างแซ่ตั้ง

มด...


ปรัชญาที่ 1 มดไม่เคยละความพยายาม
หากมันมุ่งหน้าไปทางทิศใด แล้วเกิดอุปสรรค = ถูกปิดกั้นหนทาง
มันจะพยายามหาทางเดินทางอื่น มันจะได้ขึ้นไต่ลงไต่ไปรอบๆมันจะมองหาหนทางอื่นเสมอ


ข้อคิด

จงอย่าละความพยายามในการหาหนทางไปสู่สิ่งที่หมายมาด
ปรัชญาที่ 2 มดคิดถึงฤดูหนาวตลอดฤดูร้อน
มันไม่เคยรักสบายจนคิดเพียงว่าคิมหันต์ฤดู จะคงอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น มันจึงพยายามเก็บสะสมเสบียงไว้สำหรับเหมันต์ ตลอดฤดูคิมหันต์หรรษา


ข้อคิด
จงตะหนักถึงความเป็นจริง และเตรียมรับกับเหตุการณ์ในอนาคต

ปรัชญาที่ 3
มดคิดถึงฤดูร้อนตลอดฤดูหนาว
ท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งเหมันห์ มันจะเตือนตัวเองว่า
"ความลำบากจะอยู่เพียงไม่นาน แล้วเราก็จะพ้นจากสภาวะเช่นนี้"
เมื่อวันที่แสงแห่งความอบอุ่นแรกสาดส่อง มันจะออกมาเริงร่า
หากอากาศกลับกลายเป็นหนาวอีกครั้ง มันจะเข้าไปในโพ รงอีกครั้ง
และออกมารับความอบอุ่นในวันอากาศดีโดยทันที

ข้อคิด
จงมองทุกสิ่งในเชิงบวกตลอดเวลา
ปรัชญาที่ 4 ทุ่มเททุกสิ่งเท่าที่สามารถ
มดสาม ารถเก็บเกี่ยวเสบียงตลอดฤดูร้อนเพื่อเตรียมพร้อมฤดูหนาวให้มากเท่าที่มันจะทำได้

ข้อคิด
จงพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเต็มกำลัง ฟังเพลงกำลังใจ
1) อย่ายอมแพ้

2) มองไปข้างหน้า

3) มองโลกในแง่ดี

4) ทำเต็มความสามารถ